หน้าลอกแก้ได้ง่ายๆดังนี้ 

สำหรับใครที่ประสบกับปัญหากับหน้าลอก หรือปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่ขาดความชุ่มชื้นโดยไม่ว่าจะสรรหาวิธีใดใดผิวก็ไม่เนียนนุ่มเท่าที่ควรหรือดีขึ้นมาเลยดังนั้นวันนี้ทาง  สมัครเว็บหวยฮานอย ของเราจึงมีวิธีต่างๆที่เป็นเคล็ดลับสูตรเด็ดเด็ดจากธรรมชาติเพื่อให้บุคคลที่มีปัญหาที่กับผิว แห้งและลอกด้วยเคล็ดลับเหล่านี้ถือได้ว่าเป็นสูตรเด็ดเลยนะ 

สูตรเด็ดมีดังนี้ 

การใช้ว่านหางจระเข้ 

สำหรับการใช้ว่านหางจระเข้นั้นต้องบอกเลยว่าเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่ดีเลิศมากเพราะส่วนประกอบของมันสามารถช่วยในการบำรุงผิวให้เนียนนุ่มและชุ่มชื้นดังนั้นวิธีการนี้จึงสามารถนำมาบำรุงเพื่อแก้ปัญหาผิวหน้าลอกได้เป็นอย่างดี 

วิธีการใช้เราสามารถปอกว่านหางจระเข้นี้โดยให้เนื้อวุ้นที่อยู่ด้านใน ของมันแล้วนำไปบดให้ละเอียดหลังจากนั้นทำการพอกและทิ้งไว้สักครู่แล้วจึงนำมาล้างออกหลังจากนั้นให้คุณสังเกตได้ว่าผิวของคุณจะมีความชุ่มชื้นขึ้นและจะมีความกระจ่างใสมากขึ้นแต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าครั้งแรกแต่เห็นความแตกต่างเลยนะซึ่งควรต้องทำแบบนี้ไปบ่อยๆ อาจจะเป็นสองถึงสามครั้งต่อสัปดาห์ถ้าหากคุณอยากให้ผลมันออกมาดีดังความต้องการของคุณควรทำไม่ต่ำกว่าที่เราแนะนำนั่นเอง 

การใช้มะเขือเทศ นมสด และแตงกวา 

สำหรับการใช้สูตรนี้เป็นการนำทุกอย่างอย่างละหนึ่งลูกหรือปริมาณที่เท่าๆกันมัดผสมกันให้เข้าด้วยกันจากนั้นให้เธนมสดประมาณครึ่งถ้วยแล้วเป็นการนำมาปั่นเข้าด้วยกันหลังจากนั้นให้คุณทำการ พอกทิ้งไว้ประมาณ 20 ถึง 30 นาทีได้พอเสร็จจากนั้นให้คุณล้างน้ำให้สะอาดถ้าจะให้ดีรางน้ำเย็นดีที่สุดแล้วผิวของคุณก็จะค่อยค่อยเนียนนุ่มขึ้นมาเพราะว่าสรรพคุณของมันที่เป็นมะเขือเทศช่วยสร้างให้ผิวกระจ่างใสทำการขับให้ผิว ข่าวออราดูสวยผิดหูผิดตาไปเลยแหละ 

วิธีการใช้น้ำผึ้งและไข่แดง 

หลักการใช้น้ำผึ้งและไข่แดงนั้นถือได้ว่าเหมาะสำหรับคนที่มีใบหน้าที่ลอกเป็นขุยขุยเพราะหากใช้วิธีนี้แล้วรับรองได้ว่าปัญหาหนักลอก จะหมดไปอย่างแน่นอนซึ่งจะทำการได้โดยการนำน้ำผึ้งหนึ่งช้อนโต๊ะมาผสมให้เข้ากับไข่แดงหนึ่งฟองหลังจากนั้นให้คุณนำสิ่งที่ผสมกันนั้นไปพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีซึ่งคุณจะเห็นได้ว่าหน้าคุณนุ่มขึ้นชุ่มชื่นขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำเลยแหละและหากทำเป็นประจำผิวของคุณจะเหมือนเด็กเลยนะ 

ไม่ว่าจะเป็นการดูแลแบบไหนก็ตามหากกระทำการดูแลแบบบ่อยครั้งจะทำให้หน้าของคุณดีขึ้นแต่หากคุณไม่ทำบ่อยบ่อยเท่ากับว่ามันก็จะไม่เห็นผลโดยสิ่งเหล่านี้เป็นวิธีธรรมชาติดังนั้นคุณควรทำบ่อยๆเท่าที่คุณจะทำได้เพราะมันจะเห็นผลในระยะยาวซึ่งมันจะแตกต่างกับครีมที่มีส่วนผสมต่างๆทำให้เห็นผลเร็วขึ้นดังนั้นผลข้างเคียงก็มีเช่นกัน 

ต้องใช้เครื่องช่วยฟังกี่ข้างกันนะ

ในการใช้เครื่องช่วยฟังนั้นควรใช้กี่ข้างถึงจะดีและเป็นวิธีการที่ถูกต้องในการใช้งาน

อุปกรณ์ที่นำมาใช้ในการเสริมเพื่อช่วยให้เราได้ยินชัดเจนขึ้นนั้นเราควรดูก่อนว่าเรามีปัญหาเกี่ยวกับการได้ยินแบบไหน สำหรับบางคนก็ไม่ได้มีปัญหาทั้งสองข้าง ซึ่งบางข้างก็ได้ยินปกติ แต่บางข้างก็มีอาการที่ผิดปกติเกิดขึ้น ดังนั้นหากเราทราบที่แน่ชัดแล้วว้ารามีปัญหาแบบไหนก็สามารถเลือกใช้ได้เลย

หากเป็นการผิกปกติทั้สองข้างเราควรทำอย่างไร

ในขณะที่หูเรามีการผิดปกติเพียงข้างเดียวนั้นเราก็จะนำอุปกรณ์มาใช้เสริมข้างที่เราผิดปกติเพียงแค่ข้างเดียวเท่านั้น ซึ่งการทำงานของระบบประสาทที่ผิดปกตินั้นจะไม่สามารถทำงานได้ปกติทำให้เราต้องนำอุปกรณ์เสริมเพื่อเป็นการนำเข้ามาช่วยให้เกิดการได้ยินที่ชัดเจนขึ้น

สำหรับท่านที่มีการผิดปกติทั้งสองข้าง ควรเป็นอย่างยิ่งที่จะใช้อุปกรณ์เพื่อเป็นตัวช่วยทั้งสองข้าง เพราะหูหรือระบบของหูในแต่ละข้างได้ยินหรือทำงานต่างกัน หากเราเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม ในบางรายก็มีอาการที่ผิดปกติต่างกันไม่เหมือนกันทั้งสองข้าง ซึ่งข้างหนึ่งอาจจะไม่ได้ยินเสียงมากหรือบางคนก็หนวกไปเลย แตในขณะเดียวกันในบางรายก็สามารถหนวกทั้งสองข้างพร้อมๆกันดังนั้นหากท่านมีอาการผิดปกติทั้งสองข้างก็ควรใส่2 ข้าง ในทางการแพทย์ได้กล่าวไว้ว่าการท่านมีความผิดปกติสองข้างหากใส่ข้างเดียวมันจะได้ยินไม่ค่อยถนัด หรือไม่ชัดเท่าทีควร อาการก็จะคล้ายๆกับการที่คนเราเกิดการหูอื้อนั้แหละจะดูฟังอะไรก็ไม่ค่อยถนัดมากนักหรือได้ยินไม่มากเท่าที่ควร

สำหรับอุปกรณ์เครื่องช่วยฟังมันมีหน้าที่อย่างไร 

เนื่องจากอุปกรณ์ที่เราเรียกว่ามันเป็นตัวช่วยในการรับฟังเรื่องต่างๆนั้น เราสามารถนำมันมาช่วยเพื่อเป็นการปรับเสียงเพื่อให้เราได้ยินในเสียงที่เบาจนเกินไปหรือเสียงที่เราไม่ได้ยินเลย ซึ่งแต่ละรุ่นจะมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไปการทำงานก็ไม่เหมือนกันด้วยนะ เพราะมันเป็นรุ่นที่ต้องการความแตกต่างเพื่อให้ผู้ใช้งานได้ใช้งานอย่างถนัดและง่ายขึ้น ดังนั้น เครื่องช่วยฟัง เหล่านี้จึงมีการผลิตและออกแบบมาให้มีความต่างกัน ทั้งดีไซต์และการใช้ที่คุณสามารถเลือกในแบบที่คุณชื่นชอบได้เลย ในบางรุ่นก็เป็นระบบถ่านแบบปกติซึ่งระบบนี้เป็นการใช้งานง่ายม่ยุ่งยาก หากถ่านหมดก็นำไปเปลี่ยนถ่านใหม่เหมาะกับคนชราที่ไม่ชอบอะไรที่วุ่นวายหรือไม่ชอบเทคโนโลยี ส่วนมอีกรุ่นเป็นการใช้แบตเตอรี่ แบบนี้วัยรุ่นส่วนใหญ่ชอบใช้มากเพราะมันมีอะไรมากกว่าการใช้งานแถมระบบของการใช้แบตก็ดีกว่ากาเลือกใช้ถ่านอีกด้วย

Health บุหรี่ไฟฟ้านั้นผิดกฏหมายไหม

นี่คือประเด็นสุดอื้อฉาวของบุหรี่ไฟฟ้ากันเลยทีเดียว เพราะว่าบุหรี่ไฟฟ้านั้น ถึงแม้ว่าจะถูกกฏหมายในบางประเทศ และสูบกันแทนบุหรี่มวนไปแล้ว เพราะเป็นประเทศที่ตามเทคโนโลยีเป็นอย่างดี อะไรที่มีข้อดีมากกว่าก็จะต้อนรับสิ่งนั้นอย่างรวดเร็ว แต่กับประเทศไทยเรานั้น จากคำพูดที่ว่าเป็นประเทศโลกที่สาม ก็เหมือนกับว่าเราจะยังไม่ต้อนรับอะไรทั้งนั้นจนกว่าจะได้เห็นว่ามีการใช้จริงเป็นเวลานานและพิสูจน์ได้ว่า มีประโยชน์จริง ซึ่งตรงจุดนี้ทำให้ประเทศเรานั้นก็คงต้องคงความเป็นประเทศที่ล่าช้าต่อไปเรื่อยๆไม่มีวันเปลี่ยนแปลงได้ นี่คือกระแสสังคนในช่วงแรก แต่พอต่อมา ได้มีผลการวิจัยเกี่ยวกับโทษของบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น

ทำให้ประเทศเรานั้นคงจะไม่มีวันต้อนรับบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาประเทศไทยแล้วล่ะ เพราะว่าผลวิจัยออกมาว่าไม่มีผลดีอะไรต่อการเลิกบุหรี่ และยังมีความเสี่ยงของโรคอื่นๆที่มากกว่าบุหรี่มวนเสียอีก ซึ่งตรงจุดนี้นั้นต้องเรียกได้ว่าไม่ถูกซะทีเดียว เพราะอันตรายนั้นก็ยังเหมือนกับบุหรี่มวนที่ขึ้นอยู่กับคนสูบด้วยว่า สูบเยอะสูบบ่อยหรือถี่ขนาดไหน ถ้าจะเทียบกันก็คงเป็นความไม่เหมือนกันของบุหรี่ทั้งสองแบบ

และทุกวันนี้บุหรี่ไฟฟ้าก็ยังเป็นสิ่งผิดกฏหมาย ที่ตำรวจสามารถตรวจยึดและปรับได้ทุกที่ทุกเวลาที่พบเจอ แต่อย่างไรก็ตาม การที่บุหรี่ไฟฟ้านิยมเป็นวงกว้างขนาดนี้แล้ว ทำให้การควบคุมนั้นยากขึ้นเรื่อยๆ และเป็นโทษที่เรียกว่าสถานเบา จึงกลายเป็นของผิดกฏหมายที่ถูกปล่อยปะละเลยอยู่ในระดับนึ่ง เป็นแบบนี้ทั้งสังคนคนสูบและสังคมของผู้นำเข้ามาขายด้วยซ้ำไป มีกฏหมายในการเอาผิดอยู่ให้เห็นทั้งผู้สูบและผู้ขาย แต่ก็มีน้อยรายนักที่จะโดน ทำให้ทุกวันนี้บุหรี่ไฟฟ้ากลายเป็นของไม่ถูกกฏหมายที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายที่สุดอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะตำรวจบางท่านก็ยังเลือกที่จะสูบบุหรี่ไฟฟ้าแทนบุหรี่มวนด้วยซ้ำไป ดังนั้นแล้วก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของผู้สูบและผู้ขายทุกท่านว่าคิดอย่างไรกับเรื่องนี้

สำหรับผู้ที่เลือกจะสูบบุหรี่ไฟฟ้าแทนบุหรี่มวน ก็ต้องทำความเข้าใจว่า มันยังไม่ถูกระบุเป็นของถูกกฏหมายแต่อย่างใด เพียงแต่การตรวจเข้มนั้นน้อยมาก ถ้าเป็นไปได้แล้วนั้น ก็ไม่ควรจะพกไปไหนต่อไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขึ้นเครื่องบิน มีโอกาสตรวจพบและยึดอาจจะโดนปรับด้วยซ้ำ และการเดินทางไกลโดยรถยนต์ก็ต้องระวังการโดนด่านตรวจด้วย ถ้าเป็นไปได้จริงๆ ก็มีไว้แค่ที่บ้านและสูบที่บ้านเพียงเท่านี้ก็ไม่โดนตรวจจับใดๆ การไปต่างประเทศนั้นไม่ต้องเป็นห่วง เพราะที่ต่างประเทศมีขายตามร้านสะดวกซื้อหลายประเทศเลยล่ะ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  Kardinal stick

เครื่องดูดความชื้นของเครื่องช่วยฟัง

  อย่างที่เราทราบกันดีว่าหากเรามีเครื่องช่วยฟังจะต้องมีวิธีการเก็บรักษาอย่างดีเพื่อให้เครื่องช่วยฟังทำงานได้อย่างมมีประสิทธิภาพไม่เสียหายง่าย ดังนั้นหนึ่งในสิ่งที่จะช่วยให้เราดูแลรักษาเครื่องช่วยฟังได้เป็นอย่างดีคือ เครื่องดูดความชื้นของเครื่องช่วยฟัง หลายคนอาจยังไม่เคยรู้มาก่อนว่าเครื่องช่วยฟังมีหลักการทำงานอย่างไร ดังนั้นเราจึงความทราบการทำงานอย่างคราวๆของเจ้าเครื่องดูดความชื้น เครื่องช่วยฟัง ตัวนี้กันค่ะ

         สำหรับ เครื่องดุดความชื้นของเครื่องช่วยฟังนั้นมี 2 แบบคือ 

  1. เครื่องดุดความชื้นเครื่องช่วยฟังแบบใช้พัดลมเป่า   หลักการทำงานเครื่องดูดความชื้นเครื่องช่วยฟังนั้นเป็นการเอาอากาศจากภายนอกเครื่องไปในตัวเครื่องโดยการใช้พัดลมเป่า โดยภายในตัวเครื่องจะมีสารดูดความชื้น ซึ่งสารตัวนี้จะมีกำหนดเวลาที่ต้องเปลี่ยน ดังนั้น เราต้องมีการเปลี่ยนทุกครั้งที่ถึงกำหนดและผลเหล็กที่จะช่วยเพิ่มอุณหภูมิให้สูงขึ้นกับตัวจัดการดุดความชื้นนั้นก็คือ ขดลวด สำหรับข้อเสียของเจ้าเครื่องนี้คือ หากพัดลมที่พัดอากาศจากภายนอกเข้ามาในเครื่องเสียจะมีผลกับการทำงานของตัวเครื่อง และด้วยตัวเครื่องที่มีขนาดใหญ่จึงจำเป็นที่จะต้องใช้ไฟในการทำงานในปริมาณมาก
  2. เครื่องดูดความชื้นเครื่องช่วยฟังด้วยการระบายอากาศให้มีการไหลเวียน โดยหลักการนี้จะมีอากาศไหลผ่านด้านใต้ของตัวเครื่องและเมื่อไหลผ่านแผ่นอลูมิเนียมอุณหภูมิของอากาศก็จะอุ่นขึ้นแล้วอุณหภูมิที่อุ่นจะลอยตัวขี้นด้านบนที่มีเครื่องช่วยฟังอยู่ตรงนั้น โดยอุณหภูมิที่ผ่านเครื่องช่วยฟังจะอยู่ที่ประมาณ  40 องศาเซลเซียสและถูกระบายให้ลอยออกไปนอกเครื่องดูดความชื้น ดังนั้นเมื่ออากาศมีการหมุนเวียนเข้าแล้วออกตลอดเวลาจึงไม่จำเป็นต้องใช้พัดลมและสารดูความชื้น ดังนั้นข้อดีของการไม่ต้องใช้พัดลมจึงทำให้เครื่องนี้มีขนาดเล็กและไม่จะเป็นต้องใช้ไฟฟ้ามาก ค่าใช้จ่ายก็ถูกลงเพราะไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนสารดูดความชื้น

          ในเครื่องดูดความชื้นจะมีการฆ่าเชื้อด้วยหลอด UV  และที่สำคัญเรายังสามารถรู้สถานะของแบตเตอรี่ของเครื่องช่วยฟัง และรับรู้ว่ามีแบตเตอรี่เหลือเท่าไหร่ได้อีกด้วย ส่วนวิธีการใช้งานจะมี 2 แบบคือ แบบที่ต้องถอดแบตเตอรี่ออกจากตัวเครื่องกับแบบที่ไม่ต้องถอดแบตเตอรี่ออกจากเครื่องแต่ให้เปิดช่องใส่แบตเตอรี่เอาไว้ ซึ่งวิธีการแบบนี้ให้เครื่องทำงานอุปกรณ์ไม่เสียหายและเราก็จะไม่ทำแบตเตอรี่หายด้วย

          ในปัจจุบันเราสามารถหาซื้อเครื่องดูความชื้นได้ทุกที่ที่มีการขายเครื่องช่วยฟังเพราะทางร้านจะต้องแนะนำให้ซื้อคู่กันอยู่แล้วรวมถึงการซื้อผ่านร้านขายของออนไลน์ก็มีขาย ซึ่งจะมีให้เลือกซื้อหลายยี่ห้อในราคาที่แตกต่างกัน

บิ๊กไบค์มือสอง

ของก็อปที่นำมาแต่งรถบิ๊กไบค์มือสองสุดอันตรายในพาร์ทนี้ผมจะขอยกตัวอย่างเพิ่มอีก 3 ชิ้น เชิญอ่านกันได้เลยครับ

โช๊คปลอม

ถือเป็นอันดับแรกๆเลยสำหรับคนที่คิดจะแต่งรถต้องเปลี่ยนโช๊คอย่างแน่นอน และยี่ห้อดังๆไม่ว่าจะเป็น YSS โชว่า หรือเออริน ก็ต้องเป็นตัวเลือกแรกๆเหมือนกันสำหรับซื้อมาเปลี่ยนก็จะเกิดปัญหาไม่ว่าจะเป็นโชว่า หรือว่าเออริน จะมีปัญหาในเรื่องของราคาเพราะว่าของที่มีแบรนด์ราคามันต้องแพง และก็ต้องมีของปลอมมาแน่นอน คนแต่งรถร้อยละ 80 มักจะใช้โช๊คปลอมแบบรู้อยู่แล้วว่าเป็นของปลอมก็ยังซื้อมาใส่แค่อยากได้โลโก้ของยี่ห้อโช๊คมาติดไว้เท่ๆแค่นั้นเอง

ปัญหาของโช๊คปลอมที่เพื่อนๆส่วนใหญ่ได้เจอกันบ่อยๆนั่นก็คือ มันรั่ว แข็งเกินไป ใช้งานไม่ทน บางรุ่นที่มีอ๊อฟชั่นมาให้ปรับพวกรีบาวหรือว่าปรับอ่อนปรับแข็ง จริงๆอยู่ที่ว่ามันทำปุ่มมาให้ปรับแต่ว่าหลายตัวไม่สามารถปรับได้เหมือนในของแท้ซับแท้งค์ก็ไม่สามารถใช้งานได้จริง และก็นอกจากปัญหาที่มันรั่วมันซึมแล้วหรือว่าแข็งเกินไป มันยังส่งผลของในเรื่องการขับขี่ เวลาเราเข้าโค้งถ้าโช๊คแข็งหรืออ่อนเกินไปจะส่งในการทรงตัวเวลาเข้าโค้งทำให้การทรงตัวไม่ดี ใครที่คิดจะเอาโช๊คปลอมมาติดให้กับรถตัวเองจงคิดใหม่เลยนะครับ เพราะว่าโช๊คปลอมประสิทธิภาพไม่สู้ของแท้ที่มาจากโรงงานด้วยซ้ำ โช๊คไม่ได้มีหน้าที่แค่รองรับแรงกระแทกเพียงอย่างเดียว

ล้อปลอม

ไม่ว่าจะเป็นล้อแม็คหรือล้อโล ปัญหาที่เพื่อนๆส่วนมากจะเจอก็คือคุณภาพของล้อเช่นวัสดุที่ใช้ทำไม่ได้มาตรฐาน ความคดงอของวงล้อความกลมของวงล้อการดูวงล้อว่าเป็นของแท้หรือของปลอมก็จะดูค่อนข้างที่จะยากอยู่เหมือนกันนะครับ คนที่ดูไม่เป็นจริงๆก็อาจจะถูกหลอกได้ ในเรื่องของความอันตรายเมื่อเราใส่วงล้อปลอมเข้าไปจะเจออะไรบ้าง

อย่างแรกคือล้อที่มันไม่สมมาตกันอาจจะเบี้ยวหรือจะไม่เป็นทรงกลมจริงๆก็ได้ข้อนี้เพื่อนๆจะเห็นได้เมื่อเวลาเพื่อนๆเอาไปใส่แล้วลองขี่รถดูแล้วจะเห็นอาการชัดเจน และที่อันตรายที่สุดของล้อปลอมก็คือ วัสดุที่ใช้ทำไม่ได้คุณภาพเพราะว่าถ้าเราใส่ล้อที่ใช้วัสดุไม่ได้คุณภาพเวลาขี่ไปแล้วตกหลุมหรือว่าไปกระแทกอะไรแรงๆก็อาจทำให้ล้อเบี้ยวล้อยุบกันได้เลยครับ แต่ยังไม่น่ากลัวเท่ากับล้อโลบางตัวอาจถึงกับหักเลยแล้วจะทำให้รถของเพื่อนเสียหลักแล้วลงไปวัดพื้นแน่นอน

จานดิสเบรคปลอม

ปัญหาหลักๆเลยที่เพื่อนๆจะต้องเจอก็คือมันดูออกยากนั่นเอง ถ้าใครดูไม่เป็นก็อาจจะเสียเหลี่ยมคนขายก็ได้นะครับ ปัญหาอีกเรื่องนึงก็คือคุณภาพของสินค้า ไม่รู้ว่าเขาเอาเหล็กอะไรมาทำเป็นจานดิสเบรค เพราะถ้าสินค้าคุณภาพไม่ดีก็อาจจะทำให้เวลาใช้ไปแล้วเกิดการคดงอได้ แล้วถ้าเกิดดืสเบรคงอหรือหักขณะขับขี่นี่มันน่ากลัวมากเลยนะครับ

ถ้าเป็นดิสเบรคของดีหรือของที่มากับรถเลยเขาจะใช้วัสดุที่ทนทานต่อความร้อนในขณะเบรคจะไม่คดงอหรือแตกหักได้ง่าย เคยสังเกตุรถในสนามแข่งเวลาเขาเบรคทีจนจานเบรคแดงซึ่งถ้าเป็นของไม่ได้คุณภาพก็อาจจะทำให้เบรคไม่อยู่หรือจานเบรคแตกหักเสียหายได้นะครับ

เลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้เกิดการติดต่อของโรคจากสัตว์มาสู่คน

เลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้เกิดการติดต่อของโรคจากสัตว์มาสู่คน

ปัจจุบันนี้มีโรคติดต่อเกิดใหม่จาก “สัตว์สู่คน” มีทิศทางสูงมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนจำนวนมากบางทีอาจยังไม่รู้ว่ามีโรคประเภทใดบ้าง โรคที่เกิดขึ้นและมีสาเหตุมาจากสัตว์ติดต่อสู่คนได้ยังไง และก็ควรรอบคอบให้มากขึ้นการติดต่อของโรคที่เกิดจากสัตว์ประเภทใดบ้าง วันนี้เรามีข้อมูลดีๆ มาฝากกัน

โรคระบาดจาก “สัตว์สู่คน”
ศาสตราจารย์นพ. ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์โรคเกิดใหม่ สภากาชาดไทย ชี้แจงว่า โรคที่มาจากสัตว์ และก็สามารถติดต่อสู่คนได้ พบได้ในขณะที่มาจากสัตว์ที่ใกล้ชิดกับเรามากๆ อย่างหมา กับแมว ไปจนกระทั่งแมลงอย่าง ยุง ไร ริ้นต่างๆโดยเชื้อโรคที่ติดต่อได้ไม่มีเพียงแค่เชื้อไวรัสเพียงแค่นั้น ยังมีเชื้อแบคทีเรีย รวมทั้งเชื้อโรคแปลกๆ อันอื่นอีกเยอะมาก

พฤติกรรมที่ทำให้เกิดการติดต่อของโรคจากสัตว์มาสู่คน
การติดต่อโรคที่เกิดจากสัตว์มาสู่คนมีได้หลายแนวทาง ได้แก่

1. การสัมผัสกับสัตว์ที่เป็นโรค หรือเป็นพาหะ เช่น จับค้างคาว หนู
2. สัมผัสกับมูลสัตว์ที่เป็นโรค
3. ถูกกัดจากสัตว์ที่เป็นโรค อย่างเช่น หมา แมว กระต่าย
4. บริโภคสัตว์ที่เป็นโรค ตัวอย่างเช่น นก หนู หมู โค อีกทั้งจากการบริโภคอาหารจำพวกที่เป็นเนื้อสัตว์พวกนั้นโดยตรง รวมทั้งการเชือด หั่น ปรุงเนื้อสัตว์พวกนั้นด้วยมือของพวกเราเอง ฝุ่นผงฝอยละอองจากเนื้อสัตว์ แล้วก็ของเหลวต่างๆ ในเนื้อสัตว์บางทีอาจเข้าเยื่อบุต่างๆ ภายในร่างกาย ดังเช่น ดมผ่านจมูก หรือนิ้วมือจับเนื้อสัตวมาขยี้ตา อื่นๆอีกมากมาย

โดยสัตว์กลุ่มนี้อาจมีลักษณะของการป่วยให้มองเห็น หรือไม่ได้มีลักษณะอาการแตกต่างจากปกติเลยก็ได้ เพราะว่าบางทีอาจเป็นสัตว์ที่อมโรค หรือเป็นพาหะเพียงแค่นั้น

ตัวอย่างกลุ่มโรคที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน
• ไข้สมองอักเสบนิปาห์ (ค้างคาว)
• โบทูลิซึม (วัว สุนัข ม้า นก)
• แอนแทรกซ์ (สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมแทบทุกชนิดรวมถึงสัตว์ปีกบางชนิด)
• แผลหนอนแมลงวัน (แมลงวัน)
• พยาธิแส้ม้า (สุนัขบ้าน และสุนัขป่า)
• ท็อกโซพลาสโมซิส (แมว แกะ แพะ สุกร สุนัข)
• คริปโตคอกโคสิส (วัว สุนัข เฟอร์เร็ต หนูตะเภา ม้า แกะ แพะ สุกร ลามะ และสัตว์ชนิดอื่น)
• พยาธิตัวกลม (สุนัข แมว)
• ลิชมาเนีย (สุนัข โคโยตี้ สุนัขจิ้งจอก สัตว์แทะ แมว ม้า)
• โรคจากการเคลื่อนที่ของตัวอ่อนพยาธิ (สุนัข สุกร กระต่าย แกะ โค สัตว์ตระกูลลิง ไก่ ไก่ป่า แมวน้ำ และสัตว์ชนิดอื่นๆ)
• พยาธิปากขอ (สุนัข แมว)
• ไข้หวัดนก (สัตว์ปีก)
• ไข้สมองอักเสบจากเชื้อไวรัสเวสต์ไนล์ (ค้างคาว ม้า แมว สุนัข สกั้งค์ กระรอก กระต่าย จระเข้ และคน)
• ฝีดาษลิง (ลิง และสัตว์ฟันแทะหลายชนิด)

ผู้ที่ประสบปัญหาเกี่ยวกับการได้ยินเครื่องช่วยฟังสามารถช่วยคุณได้

หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่ประสบกับปัญหาเกี่ยวกับการได้ยิน ไม่ว่าจะเกิดจาการหูตึง หรือหูหนวก หรืออื่นๆก็ตาม เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินอุปกรณ์ชนิดนี้อยู่ เพราะอุปกรณ์เครื่องช่วยฟังนี้ เป็นอุปกรณ์ที่เป็นของคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของเสียงหรือการได้ยินบกพร่อง ส่งผลให้ต้องใช้เครื่องช่วยฟังเหล่านี้เป็นสื่อกลางช่วยให้เราใช้ชีวิตกับปัจจุบันให้ง่ายขึ้น

เครื่องช่วยฟังคืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างหนึ่งที่แพทย์แนะนำให้ใช้คู่กับบุคคลที่มีปัญหาทางด้านของการได้ยิน เนื่องจากอุปกรณณ์ที่เราเรียกว่าเครื่องช่วยฟังนี้ มันทำหน้าที่ขยายเสียง หรือส่งสัญญาณในรูปแบบเสียงให้ผู้ที่มีปัญหาโดยตรงเกี่ยวกับเรื่องการได้ยินให้รับรู้หรือให้ใช้งานเหมือนกับบุคคลอื่นๆทั่วไป

การเกิดปัญหาทางการได้ยินนี้มีหลากหลายระดับ จึงมีการเลือกใช้อุปกรณ์ที่แตกต่างกันออกไป เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานในจุดบกพร่องของแต่ละบุคคให้ดีขึ้นเสมือนบุคคลปกตินั่นเอง

เครื่องช่วยฟังเหล่านี้มีการทำงานที่บ่งบอกถึงระดับของอาการที่คุณเป็นอยู่ หากต้องมีการใช้งานควรเลือกให้เหมาะสมกับอาการที่เป็นอยู่มากที่สุด เพราะเป็นการเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะสมเพื่อช่วยในการได้ยินและเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณืเหล่านี้อีกด้วย

เนื่องจากสมัยก่อนอุปกรณ์เครื่องช่วยฟังยังไม่มีการพัฒนาเท่าไหร่นัก จึงมีขนาดใหญ่ตามอาการของผู้ป่วย หากผู้ป่วยเหล่านั้นมีอาการที่ร้ายแรงมากอุปกรณ์ก็จะมีชิ้นส่วนมาก ทำให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แต่หากอุปกรณ์ทั้งหมดนี้ได้มีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ในปัจจุบันอุปกรณ์เหล่านี้ไม่ได้มีขนาดที่ใหญ่เท่ากับสมัยก่อนแล้ว เพราะได้มีการปรับเปลี่ยนอุปกรณืต่างๆให้มีขนาดเล็กลง เพื่อเหมาะต่อการใช้งาน หรือบางคนแทบไม่รู้เลยว่าเขาเหล่านั้นมีปัญหาทางด้านของการได้ยิน เพราะอุปกรณ์นั้นได้ปรับเปลี่ยนให้เล็กลงจนแทบดูไม่ออกว่าเขามีการผิดปกติจากการได้ยิน

การพัฒนานี้สามารถให้ความสบายใจให้แก่ผู้ใช้เป็นอย่างมาก เพราะพวกเขาไม่ต้องเสี่ยงที่จะถูกสายตาของบุคคลอื่นมองด้วยความสงสัย เพราะบางคนก็มองว่าเขาเหมือนกับตัวประหลาดแค่ตัวหนึ่งเท่านั้น

หากคุณเป็นบุคคลหนึ่งที่มีความผิดปกติทางการได้ยินแล้วนั้น คุณไม่ต้องกังวลกับความรู้สึกไม่ดีหรือกลัวที่จะอายบุคคลอื่นอย่างแน่นอน เพราะในปัจจุบันการพัฒนาการเกี่ยวกับเครื่องช่วยฟังเหล่านี้ หากมีการใช้งานบางคนก็ไม่สามารถรู้ด้วยซ้ำว่าคุณใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้ เพราะบางรุ่นก็ทำออกแบบมาเป็นแบบไมโครชิพเล็กๆที่ใครๆก็ไม่สามารถมองเห็นได้ ดังนั้นหากมีข้อพกพร่องทางด้านนี้ควรรีบรักษาหรือหาอุปกรณ์ในการช่วยฟังมาใช้ อย่างปล่อยให้มันสายเกินแก้ได้

เครียดมากเกินไป อันตรายต่อสุขภาพ

ความเครียดมักอยู่กับเราเสมอไม่ว่าเราจะมีอายุที่มากขึ้นแค่ไหน หรือเด็กแค่ไหนเราย่อมพบกับความเครียดไปตลอดช่วงวัย และบางครั้งเราก็อาจจะก้าวผ่านมันไปได้ แต่อย่างไรก็ตามอย่าปล่อยให้เครียดจนเกินไป เพราะว่าความเครียดเป็นต้นกำเนิดของโรคมากมาย มาสังเกตกันหน่อยสิว่าคุณกำลังเครียดมากไปหรือป่าว

1. ปวดประจำเดือนมากกว่าปกติ
ต้องบอกว่า สาวๆ อย่างเรานั้น เกิดมาก็สุดแสนจะลำบากนะ ทั้งนี้ก็เพราะว่าผู้หญิงที่มีความเครียดสูง จะปวดประจำเดือนมากกว่าคนที่เครียดน้อยกว่าถึงสองเท่า ซึ่งนักวิจัยจากฮาร์วาร์ดโทษว่า ความเครียดทำให้ฮอร์โมนร่างกายไม่สมดุลนี่เอง ซึ่งก็คงจะเป็นเรื่องที่สาวๆ ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะว่าลำพังแค่ปวดท้องประจำเดือนธรรมดาก็ลำบากทรมานมากพออยู่แล้ว อย่าปล่อยให้เป็นไปมากกว่านี้จะดีกว่า

2.เลือดออกตามไรฟัน
สุขภาพเหงือกนั้น ต้องบอกว่าจะมีโอกาสเกิดขึ้นกับคนที่มีความเครียดได้ง่ายกว่าคนอื่น ๆ เพราะว่าคอร์ติซอลที่พุ่งสูงจะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันด้อยลง ผลก็คือแบคทีเรียจะเข้ามาในช่องปากได้ง่ายขึ้น ทำให้สุขภาพเหงือกของคุณแย่ลง ต้องระวังเป็นพิเศษ

3.เมื่อยกราม
เราอาจจะมีการสันนิฐานไปเองนะค่ะ ว่าเอ๊ะ ที่เราเมื่อยกรามนั้น โดยมีความคิดที่ว่าเกิดจากการกัดฟัน ซึ่งปกติแล้วอาการกัดฟันมักจะเกิดขึ้นตอนที่เราหลับอยู่ และความเครียดก็เป็นปัจจัยที่ทำให้อาการหนักขึ้นอีกและทางแก้ที่ดีที่สุดนั้น ก็คือการพบทันตแพทย์และสอบถามเรื่องใส่ฟันยาง ซึ่งตามสถิติแล้ว คนร้อยละ 70 จะหยุดกัดฟันไปเลย

4.คันผิวหนัง
อาการของโรคผิวหนังนั้น เราจะหมายถึงคนที่เป็นโรคคันเรื้อรังแต่ไม่มีผื่นขึ้น จะมาพร้อมกับความเครียดมากกว่าคนที่ไม่ได้เป็นโรคนี้ถึงสองเท่า ถึงแม้ว่าการคันไม่หยุดจะน่ารำคาญ จนอาจเกิดความเครียดได้ก็ตาม แต่ความเครียดเองก็สามารถกระตุ้นโรคต่าง ๆ เช่น โรคผิวหนังอักเสบ หรือโรคสะเก็ดเงินได้เช่นกัน

5.ภูมิแพ้ขนานหนัก
แหม เมื่อมาถึงขนาดนี้แล้ว เราจะต้องบอกว่าแล้วละค่ะ ว่าเจ้าความเครียดเป็นเหตุแห่งโรคจริง ๆ เนื่องจากฮอร์โมนความเครียด จะไปกระตุ้นการผลิตโปรตีนชนิดหนึ่งชื่อว่า IgE ซึ่งอาจทำให้เกิดปฏิกิริยาแพ้ได้ ดังนั้น ถ้าคุณรู้ตัวว่ามีโรคภูมิแพ้ ก็อย่าลืมดูแลใจให้ดีพอ ๆ กับที่ดูแลร่างกายนะ

รู้อย่างนี้แล้วอย่าปล่อยให้ร่างกายคุณหลงอยู่ในความเครียดนานๆ เลย เพราะยิ่งความเครียดนั้นอยู่นานเท่าไหร่ยิ่งส่งผลแย่ๆ ต่อร่างกายเรา

บุคคลเสี่ยงเป็นไขมันพอกตับ

เนื่องจาก ไขมันพอกตับ และโรคหัวใจมีประชากรที่เป็นเกี่ยวกับโรคนี้เพิ่มขึ้นอยู่ตลอด

ซึ่งโรคนี้เป็นโรคที่ใครๆก็แห่ให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง มีคนแห่รณรงค์ และสร้างกลุ่ม เพื่อบอกถึงโรคร้ายอันน่ากลัวที่เป็นสาเหตุทำให้เป็นโรคหัวใจ

หัวใจของคนเรานั้นเป็นอวัยวะสำคัญที่มีการปฏิบัติอยู่ทุกเวลาไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน ไม่มีเวลาหยุดพักเหมือนอวัยวะในร่างกายส่วนต่างๆ

 เนื่องจากหัวใจนั้นเป็นอวัยวะที่ทำงานเยอะ

และเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่คอยส่งเลือดไปเลี้ยงอวัยวะส่วนอื่นๆของร่างกายของเรา อยู่ทุกเวลา โดยจะให้ร่างกายของเรานั้นได้ทำงานอย่างเต็มที่ แบบสม่ำเสมอ

โดยทว่าหลอดเลือดที่เชื่อมต่อกันอยู่นั้น มีการผิดปกติเกิดขึ้นหรือได้มีการอุตตันที่หลอดเลือด จึงส้างปัญหาให้สูบฉีดเลือดไม่ทันหรือผิดปกติ จะมีผลต่อหัวใจของเราโดยตรง

โดยการทำงานยิ่งกว่าเดิม ทำให้อาจจะเกิดสภาวะหัวใจล้มเหลวอย่างด่วนได้นั้นเอง

สำหรับท่านที่เป็นโรคหัวใจเหล่านี้ โดยมากจะไม่มีอาการอะไรที่บอกกล่าวได้ว่าเป็นโรคหัวใจโดยตรง แต่โรคหัวใจนั้นค่อนข้างเกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน หรือกระทันหัน ซึ่งส่งผลอันตรายถึงตายได้เลย เพราะการเป็นโรคหัวใจหรือการเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจนั้น สามารถแบ่งจำพวกได้หลายอย่าง แต่ทว่าเรามักจะพบบ่อยที่สุดนั้นก็คือโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดในหัวใจและโรคกล้ามเนื้อหัวใจ โรคลิ้นหัวใจรั่ว หรือโรคกล้ามเนื้อหัวใจพิการ

เนื่องจากการเสี่ยงที่ทำให้เป็นโรคหัวใจเหล่านี้ เกิดขึ้นโดย กรรมพันธุ์ ถ้าหากมีบุคคลในสายเลือดของเรานั้นเป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว ก็เกิดอัตตราการเสี่ยงสูงที่จะทำให้เป็นโรคหัวใจได้เช่นกัน

 เนื่องจากการค้นพบจากสถิติพบว่า โรคหลอดเลือดหัวใจมักพบในกรณีผู้ชายเยอะกว่าผู้หญิง ซึ่งจะพบอีกกับผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 50 ปี หรือผู้หญิงที่เมนหมดแล้ว

สำหรับอายุก็เป็นเรื่องสำคัญหรือเป็นเหตุที่เกิดผลทำให้เป็นโรคหัวใจเช่นกัน เนื่องจากบุคคลที่มีอายุมากกว่า 40 ปีไปนั้น ปรากฎว่าส่วนมากมีอาการของโรคหัวใจ และด้วยรูปแบบการเป็นอยู่ของบุคคลเหล่านั้น ทำให้เราค้นพบผู้ป่วยที่มีอายุน้อยลงกว่าเก่าในทุกวัน ซึ่งแน่นอนว่าอนาคตอาจจะเป็นช่วยอายุ 30 ปี ที่ทำให้เกิดโรคหัวใจมากขึ้น

ภาวะแทรกซ้อนหลังเกิด ‘หนองใน’

ภาวะแทรกซ้อนหลังเกิด ‘หนองใน’
ผู้ป่วยที่พบว่าเป็นโรคหนองในหรือไม่เคยรู้ตัวว่าได้รับเชื้อมาหากไม่รีบรักษาจะประสบพบภาวะแทรกซ้อนของหนองใน ภาวะแทรกซ้อนของโรคหนองในอาจเกิดขึ้นได้ในทุกเพศ ภาวะแทรกซ้อนของเชื้อหนองในอาจแทรกตัวเข้าไปตามกระแสเลือดไปที่บริเวณข้อ ทำให้เกิดเป็นโรคข้ออักเสบชนิดติดเชื้อเฉียบพลันตามมาซึ่งอาจจะเป็นอันตรายจนถึงแก่ชีวิตได้ แต่ภาวะแทรกซ้อนนี้มีโอกาสเกิดขึ้นน้อย โดยอวัยวะที่พบอาการแทรกซ้อน ได้แก่ ข้อเท้า ข้อเข่า และข้อมือ รวมถึงยังมีอาการอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย

รู้หรือไม่?
• หากป่วยเป็นโรคหนองในจะสามารถเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ ได้อีก เช่น จะมีโอกาสติดเชื้อเอชไอวี (HIV) ได้ง่ายกว่าคนที่ไม่เป็นหนองใน
• นอกจากนี้ยังจะเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ได้เพิ่มเติม เพียงแต่เป็นอาการที่พบได้น้อยมาก อาทิ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ เยื่อบุหัวใจอักเสบซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ลิ้นหัวใจรั่ว และหัวใจวายได้

จะป้องกัน โรคหนองใน ได้ยังไง ?
1. เรื่องแรกที่เราควรคำนึงเลย คือ พฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์ที่เสี่ยง โรคหนองในจะไม่สามารถติดต่อได้หากเราไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ หรือ คู่นอนของเราไม่ได้เป็นโรคหนองในอยู่แล้ว เพราะการมีคู่นอนเพียงคนเดียวเท่านั้น จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับเรา และหากอยากสร้างความมั่นใจให้มากขึ้น ควรแนะนำให้คู่นอนเข้ารับการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จะดีที่สุด
2. จากที่กล่าวมาแล้วในข้อหนึ่ง คือ งดเว้น หรือหลีกเลี่ยงการสำส่อนทางเพศ หรือการเที่ยวกลางคืน จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ให้ใช้ถุงยางอนามัยเสมอ และตรวจสอบให้ดีว่าถุงยางอนามัยรั่วหรือมีการฉีกขาดหรือไม่โดยการระมัดระวังในการใช้งาน เพราะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยป้องกันโรคได้ 100% แต่จริงๆ แล้วไม่มีจะดีกว่า ส่วนโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ การใช้ถุงยางอนามัยอาจไม่ได้ผล ทำให้มีโอกาสที่จะติดเชื้อได้อยู่บ้าง
3. หลีกเลี่ยงการใช้ของส่วนตัวร่วมกันกับผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ
4. การรักษาสุขอนามัยดื่มน้ำมากๆ ก่อนที่จะร่วมเพศและหลังร่วมเพศเสร็จควรรีบเข้าห้องน้ำเพื่อปัสสาวะทันที และอาบน้ำล้างตัวล้างจุดเสี่ยงด้วยสบู่ให้สะอาด เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยลดโอกาสที่จะติดเชื้อหนองในได้ แต่อาจไม่ได้ผลในบางราย