เลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้เกิดการติดต่อของโรคจากสัตว์มาสู่คน

เลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้เกิดการติดต่อของโรคจากสัตว์มาสู่คน

ปัจจุบันนี้มีโรคติดต่อเกิดใหม่จาก “สัตว์สู่คน” มีทิศทางสูงมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนจำนวนมากบางทีอาจยังไม่รู้ว่ามีโรคประเภทใดบ้าง โรคที่เกิดขึ้นและมีสาเหตุมาจากสัตว์ติดต่อสู่คนได้ยังไง และก็ควรรอบคอบให้มากขึ้นการติดต่อของโรคที่เกิดจากสัตว์ประเภทใดบ้าง วันนี้เรามีข้อมูลดีๆ มาฝากกัน

โรคระบาดจาก “สัตว์สู่คน”
ศาสตราจารย์นพ. ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์โรคเกิดใหม่ สภากาชาดไทย ชี้แจงว่า โรคที่มาจากสัตว์ และก็สามารถติดต่อสู่คนได้ พบได้ในขณะที่มาจากสัตว์ที่ใกล้ชิดกับเรามากๆ อย่างหมา กับแมว ไปจนกระทั่งแมลงอย่าง ยุง ไร ริ้นต่างๆโดยเชื้อโรคที่ติดต่อได้ไม่มีเพียงแค่เชื้อไวรัสเพียงแค่นั้น ยังมีเชื้อแบคทีเรีย รวมทั้งเชื้อโรคแปลกๆ อันอื่นอีกเยอะมาก

พฤติกรรมที่ทำให้เกิดการติดต่อของโรคจากสัตว์มาสู่คน
การติดต่อโรคที่เกิดจากสัตว์มาสู่คนมีได้หลายแนวทาง ได้แก่

1. การสัมผัสกับสัตว์ที่เป็นโรค หรือเป็นพาหะ เช่น จับค้างคาว หนู
2. สัมผัสกับมูลสัตว์ที่เป็นโรค
3. ถูกกัดจากสัตว์ที่เป็นโรค อย่างเช่น หมา แมว กระต่าย
4. บริโภคสัตว์ที่เป็นโรค ตัวอย่างเช่น นก หนู หมู โค อีกทั้งจากการบริโภคอาหารจำพวกที่เป็นเนื้อสัตว์พวกนั้นโดยตรง รวมทั้งการเชือด หั่น ปรุงเนื้อสัตว์พวกนั้นด้วยมือของพวกเราเอง ฝุ่นผงฝอยละอองจากเนื้อสัตว์ แล้วก็ของเหลวต่างๆ ในเนื้อสัตว์บางทีอาจเข้าเยื่อบุต่างๆ ภายในร่างกาย ดังเช่น ดมผ่านจมูก หรือนิ้วมือจับเนื้อสัตวมาขยี้ตา อื่นๆอีกมากมาย

โดยสัตว์กลุ่มนี้อาจมีลักษณะของการป่วยให้มองเห็น หรือไม่ได้มีลักษณะอาการแตกต่างจากปกติเลยก็ได้ เพราะว่าบางทีอาจเป็นสัตว์ที่อมโรค หรือเป็นพาหะเพียงแค่นั้น

ตัวอย่างกลุ่มโรคที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน
• ไข้สมองอักเสบนิปาห์ (ค้างคาว)
• โบทูลิซึม (วัว สุนัข ม้า นก)
• แอนแทรกซ์ (สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมแทบทุกชนิดรวมถึงสัตว์ปีกบางชนิด)
• แผลหนอนแมลงวัน (แมลงวัน)
• พยาธิแส้ม้า (สุนัขบ้าน และสุนัขป่า)
• ท็อกโซพลาสโมซิส (แมว แกะ แพะ สุกร สุนัข)
• คริปโตคอกโคสิส (วัว สุนัข เฟอร์เร็ต หนูตะเภา ม้า แกะ แพะ สุกร ลามะ และสัตว์ชนิดอื่น)
• พยาธิตัวกลม (สุนัข แมว)
• ลิชมาเนีย (สุนัข โคโยตี้ สุนัขจิ้งจอก สัตว์แทะ แมว ม้า)
• โรคจากการเคลื่อนที่ของตัวอ่อนพยาธิ (สุนัข สุกร กระต่าย แกะ โค สัตว์ตระกูลลิง ไก่ ไก่ป่า แมวน้ำ และสัตว์ชนิดอื่นๆ)
• พยาธิปากขอ (สุนัข แมว)
• ไข้หวัดนก (สัตว์ปีก)
• ไข้สมองอักเสบจากเชื้อไวรัสเวสต์ไนล์ (ค้างคาว ม้า แมว สุนัข สกั้งค์ กระรอก กระต่าย จระเข้ และคน)
• ฝีดาษลิง (ลิง และสัตว์ฟันแทะหลายชนิด)

ออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำดีต่อสุขภาพอย่างไร

ท่านที่ชอบว่ายน้ำคงจะรู้สึกว่า ได้ว่ายน้ำแล้วทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง นอนหลับสบาย มีความสุข เมื่อได้แช่ตัวลงในสระว่ายน้ำ ซึ่งที่ผ่านมาก็ยังไม่มีการพิสูจน์ว่าการออกกำลังกายประเภทใดดีกว่ากัน แต่การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายประเภทหนึ่งที่นับว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุด นอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังทำให้จิตใจได้ผ่อนคลายเมื่อร่างกายได้ลงแช่น้ำอีกด้วย การว่ายน้ำจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการออกกำลังกายที่หลายคนชื่นชอบ ประโยชน์ของการว่ายน้ำมีดังต่อไปนี้

1. ว่ายน้ำช่วยในการลดน้ำหนัก
การว่ายน้ำสามารถทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้ถึง 367 แคลอรี่ ใช้เวลาเพียง 30 นาที ซึ่งพอๆ กับการเดินเร็ว การปั่นจักรยาน การวิ่งเหยาะๆ ท่านใดต้องการลดน้ำหนักก็สามารถเพิ่มเวลาในการว่ายน้ำตามความต้องการได้อีกด้วย

2. ว่ายน้ำช่วยลดความเครียดและเพิ่มความเชื่อมั่นในตนเอง
ผลการศึกษาของ Speedo ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของนักว่ายน้ำ จำนวน 74,000 คน พบว่าร้อยละ 74 มีความคิดเห็นว่าการว่ายน้ำช่วยผ่อนคลายจากความเครียดและความกดดัน ร้อยละ 68 มีความคิดเห็นว่าอยู่ในน้ำแล้วรู้สึกดีต่อตัวเอง และร้อยละ 70 มีความคิดเห็นว่ารู้สึกสดชื่นหลังจากที่ได้ว่ายน้ำ

3. ว่ายน้ำช่วยให้อารมณ์ดี

การศึกษาอีกชิ้นหนึ่งแสดงให้เห็นว่านักว่ายน้ำ ไม่ว่าจะอยู่ในระดับใด มักจะไม่ค่อยมีความเครียด ความกดดัน ความหดหู่ ความโกรธ และความสับสน เมื่อพวกเขาได้ว่ายน้ำ หมายความว่าไม่ว่าจะเป็นนักว่ายน้ำมือใหม่และนักว่ายน้ำมือสมัครเล่นก็สามารถรู้สึกดีเหมือนกับนักว่ายน้ำมืออาชีพได้ เนื่องจากการว่ายน้ำทำให้ร่างกายปล่อยฮอร์โมนเซโรโทนินที่ทำให้อารมณ์ดี

4. ว่ายน้ำช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง
การว่ายน้ำเป็นวิธีที่เหมาะสำหรับการเสริมสร้างกล้ามเนื้อของคุณ เนื่องจากน้ำมีความต้านทานมากกว่าอากาศถึง 44 เท่า ซึ่งหมายความว่าคุณต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อเคลื่อนที่ผ่านน้ำ และการว่ายน้ำยังเป็นการออกกำลังกายที่ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ออกกำลังกายในราคาแพงอีกด้วย

5. ว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่เสี่ยงต่อการได้รับบาดเจ็บน้อยมาก
เมื่อคุณว่ายน้ำ คุณจะมีน้ำหนักเพียงร้อยละ 10 ของน้ำหนักตัว เนื่องจากน้ำช่วยในการลอยตัว และยังช่วยลดการเคลื่อนไหวและความตึงของกระดูกข้อต่อและกล้ามเนื้อลงด้วย การว่ายน้ำจึงมีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บน้อยกว่าการออกกำลังกายประเภทอื่นๆ

 

6. ว่ายน้ำช่วยให้นอนหลับสบาย
จากการศึกษาพบว่าผู้ที่ออกกำลังกายอย่างหนัก เช่น ว่ายน้ำ มีแนวโน้มนอนหลับได้ดีกว่าคนที่ไม่ออกกำลังกายเลยเป็น 2 เท่า และผลการสำรวจของ National Sleep Foundation พบปัญหาการนอนน้อย มักเกิดจากการนอนไม่หลับและตื่นเร็วเกินไป

7. ว่ายน้ำไม่มีเหงื่อ
เมื่อคุณว่ายน้ำจะไม่รู้สึกร้อนจนเกินไปหรือไม่รู้สึกว่ามีเหงื่อ เพราะน้ำรอบๆ ตัวคุณจะทำให้คุณเย็นลงอย่างต่อเนื่อง

8. ว่ายน้ำช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ
ว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ดีต่อหัวใจและหลอดเลือด ช่วยให้ร่างกายสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิต และลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ดังนั้นหากคุณว่ายน้ำเป็นประจำ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดสารพัดโรค ได้แก่ โรคเบาหวานชนิดที่ 2, โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง

ลดเค็ม เพื่อดูแลรักษาไตให้มีสุขภาพดี


เราสามารถช่วยเหลือไตได้ เพื่อให้กระบวนการกำจัดสารพิษทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ด้วย 5 ข้อนี้

1. เลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ

  • ผักและผลไม้สด
  • ธัญพืชเต็มเมล็ดแทนธัญพืชที่ผ่านการขัดสีแล้ว
  • อาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า-3 สูง เช่น ถั่ว ปลาที่มีไขมันสูง
  • จำกัดการรับประทานเนื้อแดง และอาหารที่มีไขมันสูง
  • หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์แปรรูปประเภทเนื้อหมัก เนื้อกระป๋อง และมันฝรั่งทอด
  • เกลือไม่เกิน 1 ช้อนชาต่อวัน และน้ำตาลไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน

2.ดื่มน้ำให้มากขึ้น

  • ดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้วต่อวัน การดื่มน้ำช่วยสนับสนุนให้ระบบต่างๆ
  • ทำงานได้อย่างราบรื่น กรองสารพิษออกจากเลือดและขับสารพิษทางปัสสาวะ
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง หรือบรรดา soft drink ทั้งหลาย

3.ไม่สูบบุหรี่

  • สารพิษที่อยู่ในบุหรี่จะเข้าไปในกระแสเลือด และส่งผลต่อหัวใจและไต คนสูบบุหรี่มีแนวโน้มที่จะตกอยู่ในภาวะไตวายมากถึง 3 เท่า เมื่อเทียบกับคนที่ไม่สูบบุหรี่

4.หลีกเลี่ยงการกินยาแก้ปวดต้านการอักเสบ

  • โดยเฉพาะยาแก้ปวดต้านการอักเสบที่ต้องทานหลังอาหารทันทีมักมีพิษต่อไต และการทานยาติดต่อกันเป็นระยะเวลานานจะเร่งให้การทำงานของไตเสื่อมถอยลง

5.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

  • ช่วยทำให้กระบวนการเผาผลาญทำงานดีขึ้น
  • กระตุ้นการกำจัดของเสียที่สะสมในเลือด
  • ช่วยควบคุมความดันโลหิต