“ไต”  กำลังบอกอะไรคุณ

ไต เป็นอวัยวะที่สำคัญชิ้นหนึ่งในร่างกายที่คอยกำจัดสารพิษ ควบคุมระดับน้ำภายในร่างกาย รวมถึงกรองสารเสียและดูดซึมสารดีนำกลับมาใช้ใหม่ ไตของเราแต่ละคนมีอยู่สองข้าง แต่ละข้างจะช่วยกันทำงานในการกรองของเสียกันอย่างแข็งขัน หรืออาจพูดง่ายๆ ไตก็เหมือนคนเก็บกวาดขยะ คอยแยกของดีและทิ้งของเสีย หลายคนมักมองข้าม จนดันลืมไปว่า “ไตก็มีวันเหนื่อยเหมือนกัน”

อาการของโรคไตที่พบบ่อย

ระยะแรกผู้ป่วยบางรายไม่มีอาการ แต่จะพบว่าเป็นโรคไตเมื่อตรวจเลือดและตรวจปัสสาวะที่ผิดปกติ สำหรับอาการที่พบบ่อยของผู้ป่วยโรคไตคือ ปวดศรีษะจากโรคความดันโลหิตสูงเพราะคนไข้ที่เป็นโรคไตจะมีโซเดียมในเลือดสูง ทำให้เลือดข้นจนทำให้เกิดความดันโลหิตสูง ดังนั้นอาการปวดศรีษะจึงเป็นอาการหนึ่งของโรคไต 

อาการต่อมาคือ ปัสสาวะน้อยแต่บ่อยในช่วงเวลากลางคืนมีการตื่นมาปัสสาวะมากกว่า 1 ครั้งต่อคืน คนไข้จะกลั้นปัสสาวะไม่ได้ ปัสสาวะแสบขัดหรืออาจเกิดปัสสาวะไม่พุ่ง เมื่อเริ่มมีอาการมากขึ้นจะพบอาการซีด อ่อนเพลียและเบื่ออาหาร สามารถตรวจสอบอาการเบื้องต้นหากมีอาการปวดเอว เป็นๆหายๆ ประกอบกับมีอาการต่างๆข้างต้น หากพบว่ามีก็ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดและปัสสาวะเพื่อวินิจฉัยโรคและหาแนวทางในการรักษาต่อไป

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงถ้าไม่อยากให้ไตทำงานหนักสำหรับคนที่เป็นโรคไต

ส่วนใหญ่อาหารที่ทำให้ไตต้องทำงานมากและเมื่อแก่ตัวลงจะนำไปสู่โรคไต หนักเข้าจนถึงไตวายเลยก็เป็นได้คือกลุ่มอาหารที่มีความเค็ม มีโซเดียมในปริมาณสูง ยกตัวอย่างเช่น กุ้งแห้ง กะปิ ขนมกรุบกรอบ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไข่เค็ม รวมไปถึงเครื่องปรุงรสต่างๆ น้ำปลา ซีอิ้ว ผงชูรส เป็นต้น อาหารเหล่านี้ทุกคนต้องเคยกินและชื่นชอบ ในชีวิตประจำวันหลายคนมีโอกาสรับประทานโซเดียมเข้าร่างกายได้ในปริมาณสูงเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ควรรับประทานในแต่ละวัน อาหารนอกบ้าน อาหารตามร้านสะดวกซื้อมีโซเดียมเยอะแยะไปหมด ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ การที่ออกไปรับประทานก๋วยเตี๋ยวหน้าปากซอย ในน้ำซุบแม่ค้าจะเติมน้ำปลา เกลือ ผงชูรส ลงไปในหม้อเยอะพอสมควร พอก๋วยเตี๋ยวมาเสิร์ฟที่โต๊ะหลายคนยังเติมน้ำปลา และบางร้านจะมีผงชูรสให้เติมอีกด้วยยิ่งทวีคูณโซเดียมในร่างกายจนไตทำงานหนัก 

อวัยวะที่เรียกว่า “ไต” ก็มีวันเหนื่อยและหมดแรง หากเราไม่ดูแลมันบ้างจะนำไปสู่การเกิดโรคไต หนักจนเข้าสู่โรคไตวาย ต้องมานั่งฟอกไต รับประทานยามากมาย อาหารที่รับประทานได้ต้องจืดอย่างเดียว ไร้รสชาติปรุงแต่ง ดังนั้นเราควรรักษ์ไตตั้งแต่ตอนนี้เพื่อสุขภาพไตที่ดีในวันข้างหน้า 

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

ต้องใช้เครื่องช่วยฟังกี่ข้างกันนะ

ในการใช้เครื่องช่วยฟังนั้นควรใช้กี่ข้างถึงจะดีและเป็นวิธีการที่ถูกต้องในการใช้งาน

อุปกรณ์ที่นำมาใช้ในการเสริมเพื่อช่วยให้เราได้ยินชัดเจนขึ้นนั้นเราควรดูก่อนว่าเรามีปัญหาเกี่ยวกับการได้ยินแบบไหน สำหรับบางคนก็ไม่ได้มีปัญหาทั้งสองข้าง ซึ่งบางข้างก็ได้ยินปกติ แต่บางข้างก็มีอาการที่ผิดปกติเกิดขึ้น ดังนั้นหากเราทราบที่แน่ชัดแล้วว้ารามีปัญหาแบบไหนก็สามารถเลือกใช้ได้เลย

หากเป็นการผิกปกติทั้สองข้างเราควรทำอย่างไร

ในขณะที่หูเรามีการผิดปกติเพียงข้างเดียวนั้นเราก็จะนำอุปกรณ์มาใช้เสริมข้างที่เราผิดปกติเพียงแค่ข้างเดียวเท่านั้น ซึ่งการทำงานของระบบประสาทที่ผิดปกตินั้นจะไม่สามารถทำงานได้ปกติทำให้เราต้องนำอุปกรณ์เสริมเพื่อเป็นการนำเข้ามาช่วยให้เกิดการได้ยินที่ชัดเจนขึ้น

สำหรับท่านที่มีการผิดปกติทั้งสองข้าง ควรเป็นอย่างยิ่งที่จะใช้อุปกรณ์เพื่อเป็นตัวช่วยทั้งสองข้าง เพราะหูหรือระบบของหูในแต่ละข้างได้ยินหรือทำงานต่างกัน หากเราเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม ในบางรายก็มีอาการที่ผิดปกติต่างกันไม่เหมือนกันทั้งสองข้าง ซึ่งข้างหนึ่งอาจจะไม่ได้ยินเสียงมากหรือบางคนก็หนวกไปเลย แตในขณะเดียวกันในบางรายก็สามารถหนวกทั้งสองข้างพร้อมๆกันดังนั้นหากท่านมีอาการผิดปกติทั้งสองข้างก็ควรใส่2 ข้าง ในทางการแพทย์ได้กล่าวไว้ว่าการท่านมีความผิดปกติสองข้างหากใส่ข้างเดียวมันจะได้ยินไม่ค่อยถนัด หรือไม่ชัดเท่าทีควร อาการก็จะคล้ายๆกับการที่คนเราเกิดการหูอื้อนั้แหละจะดูฟังอะไรก็ไม่ค่อยถนัดมากนักหรือได้ยินไม่มากเท่าที่ควร

สำหรับอุปกรณ์เครื่องช่วยฟังมันมีหน้าที่อย่างไร 

เนื่องจากอุปกรณ์ที่เราเรียกว่ามันเป็นตัวช่วยในการรับฟังเรื่องต่างๆนั้น เราสามารถนำมันมาช่วยเพื่อเป็นการปรับเสียงเพื่อให้เราได้ยินในเสียงที่เบาจนเกินไปหรือเสียงที่เราไม่ได้ยินเลย ซึ่งแต่ละรุ่นจะมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไปการทำงานก็ไม่เหมือนกันด้วยนะ เพราะมันเป็นรุ่นที่ต้องการความแตกต่างเพื่อให้ผู้ใช้งานได้ใช้งานอย่างถนัดและง่ายขึ้น ดังนั้น เครื่องช่วยฟัง เหล่านี้จึงมีการผลิตและออกแบบมาให้มีความต่างกัน ทั้งดีไซต์และการใช้ที่คุณสามารถเลือกในแบบที่คุณชื่นชอบได้เลย ในบางรุ่นก็เป็นระบบถ่านแบบปกติซึ่งระบบนี้เป็นการใช้งานง่ายม่ยุ่งยาก หากถ่านหมดก็นำไปเปลี่ยนถ่านใหม่เหมาะกับคนชราที่ไม่ชอบอะไรที่วุ่นวายหรือไม่ชอบเทคโนโลยี ส่วนมอีกรุ่นเป็นการใช้แบตเตอรี่ แบบนี้วัยรุ่นส่วนใหญ่ชอบใช้มากเพราะมันมีอะไรมากกว่าการใช้งานแถมระบบของการใช้แบตก็ดีกว่ากาเลือกใช้ถ่านอีกด้วย

เครื่องดูดความชื้นของเครื่องช่วยฟัง

  อย่างที่เราทราบกันดีว่าหากเรามีเครื่องช่วยฟังจะต้องมีวิธีการเก็บรักษาอย่างดีเพื่อให้เครื่องช่วยฟังทำงานได้อย่างมมีประสิทธิภาพไม่เสียหายง่าย ดังนั้นหนึ่งในสิ่งที่จะช่วยให้เราดูแลรักษาเครื่องช่วยฟังได้เป็นอย่างดีคือ เครื่องดูดความชื้นของเครื่องช่วยฟัง หลายคนอาจยังไม่เคยรู้มาก่อนว่าเครื่องช่วยฟังมีหลักการทำงานอย่างไร ดังนั้นเราจึงความทราบการทำงานอย่างคราวๆของเจ้าเครื่องดูดความชื้น เครื่องช่วยฟัง ตัวนี้กันค่ะ

         สำหรับ เครื่องดุดความชื้นของเครื่องช่วยฟังนั้นมี 2 แบบคือ 

  1. เครื่องดุดความชื้นเครื่องช่วยฟังแบบใช้พัดลมเป่า   หลักการทำงานเครื่องดูดความชื้นเครื่องช่วยฟังนั้นเป็นการเอาอากาศจากภายนอกเครื่องไปในตัวเครื่องโดยการใช้พัดลมเป่า โดยภายในตัวเครื่องจะมีสารดูดความชื้น ซึ่งสารตัวนี้จะมีกำหนดเวลาที่ต้องเปลี่ยน ดังนั้น เราต้องมีการเปลี่ยนทุกครั้งที่ถึงกำหนดและผลเหล็กที่จะช่วยเพิ่มอุณหภูมิให้สูงขึ้นกับตัวจัดการดุดความชื้นนั้นก็คือ ขดลวด สำหรับข้อเสียของเจ้าเครื่องนี้คือ หากพัดลมที่พัดอากาศจากภายนอกเข้ามาในเครื่องเสียจะมีผลกับการทำงานของตัวเครื่อง และด้วยตัวเครื่องที่มีขนาดใหญ่จึงจำเป็นที่จะต้องใช้ไฟในการทำงานในปริมาณมาก
  2. เครื่องดูดความชื้นเครื่องช่วยฟังด้วยการระบายอากาศให้มีการไหลเวียน โดยหลักการนี้จะมีอากาศไหลผ่านด้านใต้ของตัวเครื่องและเมื่อไหลผ่านแผ่นอลูมิเนียมอุณหภูมิของอากาศก็จะอุ่นขึ้นแล้วอุณหภูมิที่อุ่นจะลอยตัวขี้นด้านบนที่มีเครื่องช่วยฟังอยู่ตรงนั้น โดยอุณหภูมิที่ผ่านเครื่องช่วยฟังจะอยู่ที่ประมาณ  40 องศาเซลเซียสและถูกระบายให้ลอยออกไปนอกเครื่องดูดความชื้น ดังนั้นเมื่ออากาศมีการหมุนเวียนเข้าแล้วออกตลอดเวลาจึงไม่จำเป็นต้องใช้พัดลมและสารดูความชื้น ดังนั้นข้อดีของการไม่ต้องใช้พัดลมจึงทำให้เครื่องนี้มีขนาดเล็กและไม่จะเป็นต้องใช้ไฟฟ้ามาก ค่าใช้จ่ายก็ถูกลงเพราะไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนสารดูดความชื้น

          ในเครื่องดูดความชื้นจะมีการฆ่าเชื้อด้วยหลอด UV  และที่สำคัญเรายังสามารถรู้สถานะของแบตเตอรี่ของเครื่องช่วยฟัง และรับรู้ว่ามีแบตเตอรี่เหลือเท่าไหร่ได้อีกด้วย ส่วนวิธีการใช้งานจะมี 2 แบบคือ แบบที่ต้องถอดแบตเตอรี่ออกจากตัวเครื่องกับแบบที่ไม่ต้องถอดแบตเตอรี่ออกจากเครื่องแต่ให้เปิดช่องใส่แบตเตอรี่เอาไว้ ซึ่งวิธีการแบบนี้ให้เครื่องทำงานอุปกรณ์ไม่เสียหายและเราก็จะไม่ทำแบตเตอรี่หายด้วย

          ในปัจจุบันเราสามารถหาซื้อเครื่องดูความชื้นได้ทุกที่ที่มีการขายเครื่องช่วยฟังเพราะทางร้านจะต้องแนะนำให้ซื้อคู่กันอยู่แล้วรวมถึงการซื้อผ่านร้านขายของออนไลน์ก็มีขาย ซึ่งจะมีให้เลือกซื้อหลายยี่ห้อในราคาที่แตกต่างกัน